
เรียน ท่านผู้ถือหุ้น
ตลอดระยะเวลา 36 ปีที่ผ่านมา ศุภาลัยได้เดินทางผ่านวัฏจักรเศรษฐกิจมานับครั้งไม่ถ้วน เราเคยเห็นทั้งช่วงเวลาที่รุ่งเรืองที่สุดและช่วงที่ท้าทายที่สุด หากเปรียบปี 2568 ที่ผ่านมาเป็นดั่ง "แผ่นดินไหวทางเศรษฐกิจ" ที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างรุนแรง ศุภาลัยได้พิสูจน์ให้เห็นถึง “ความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์”และวินัยทางการเงินที่หยั่งรากลึกจนกลายเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่ง ทำให้เราก้าวผ่านปีแห่งความผันผวนนั้นมาได้ในฐานะปีแห่งความแข็งแกร่ง (Year of Strength) โดยสามารถปิดการขายโครงการไปได้ถึง 21 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 35,470 ล้านบาท
ตลอดระยะเวลา 36 ปีที่ผ่านมา ศุภาลัยได้เดินทางผ่านวัฏจักรเศรษฐกิจมานับครั้งไม่ถ้วน เราเคยเห็นทั้งช่วงเวลาที่รุ่งเรืองที่สุดและช่วงที่ท้าทายที่สุด หากเปรียบปี 2568 ที่ผ่านมาเป็นดั่ง "แผ่นดินไหวทางเศรษฐกิจ" ที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างรุนแรง ศุภาลัยได้พิสูจน์ให้เห็นถึง “ความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์”และวินัยทางการเงินที่หยั่งรากลึกจนกลายเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่ง ทำให้เราก้าวผ่านปีแห่งความผันผวนนั้นมาได้ในฐานะปีแห่งความแข็งแกร่ง (Year of Strength) โดยสามารถปิดการขายโครงการไปได้ถึง 21 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 35,470 ล้านบาท
ความสำเร็จนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือผลลัพธ์ของการยึดมั่นเป้าหมายการดำเนินธุรกิจในการสร้างฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง (Financial Strength) มาโดยตลอด ในขณะที่ตลาดเผชิญกับภาวะขาดสภาพคล่อง ศุภาลัยกลับได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนอย่างสูง โดยเราสามารถออกหุ้นกู้ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดเพียง 1.72% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอย่างมาก ความได้เปรียบด้านต้นทุนทางการเงินนี้เองที่เป็น "อาวุธ" ให้เราสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรและพร้อมขยายส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น
สำหรับปี 2569 ศุภาลัยมองภาพอนาคตด้วยความเชื่อมั่นเชิงกลยุทธ์บนพื้นฐานของการวิเคราะห์ข้อมูล (Rational Optimism) แม้โจทย์ทางเศรษฐกิจจะยังคงมีความท้าทาย แต่เราเริ่มเห็นแสงสว่างจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่มีทิศทางปรับลดลงมาอยู่ที่ 1% และภาวะเงินเฟ้อที่ต่ำจนติดลบในปีที่ผ่านมา นี่คือ "โอกาสทอง" ของผู้บริโภคที่มีรายได้ประจำและมีวินัยทางการเงินที่จะสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในราคาที่คุ้มค่าที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
ขณะที่ธุรกิจหลายแห่งกำลังปรับลดขนาดธุรกิจ แต่บริษัทฯ ได้ใช้ความแข็งแกร่งของความน่าเชื่อถือทางเครดิตในระดับ A (Credit Rating A) มาต่อเนื่องกว่า 12 ปี ผสานเข้ากับการสร้างมาตรฐานพัฒนาผลิตภัณฑ์แนวใหม่ภายใต้แนวคิด "Supalai Inspire Aesthetics of Life" เราไม่ได้สร้างเพียงแค่บ้าน แต่เรากำลังสร้าง "สุนทรียภาพแห่งการใช้ชีวิต" ผ่านการออกแบบพื้นที่เพดานสูงแบบ Double Volume ที่โปร่งสบาย การสร้างหมู่บ้านท่ามกลางธรรมชาติที่มีทะเลสาบขนาดใหญ่ในทำเลศักยภาพอย่างจันทบุรีและโคราช รวมถึงโครงการระดับแลนด์มาร์ก เพื่อตอบโจทย์คุณภาพชีวิตที่ลูกค้ารู้สึก "สบายกว่า" ตั้งแต่วันแรกและ "ภูมิใจ" ในระยะยาว
ในปี 2569 นี้ ศุภาลัยตั้งเป้าหมายที่ท้าทายด้วย ยอดขายรวม 45,000 ล้านบาท และ เป้าหมายรายได้รวม 37,500 ล้านบาท โดยหัวใจสำคัญคือการบริหารพอร์ตโฟลิโอให้เกิดความสมดุล (Portfolio Balancing) เพื่อกระจายความเสี่ยง ดังนี้
- ตลาดประเทศไทย (ยอดขาย 30,000 ล้านบาท) : เราเตรียมเปิดโครงการใหม่ 28 โครงการ มูลค่า 35,000 ล้านบาท ครอบคลุม 30 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงการบุกเบิกทำเลใหม่อย่างจังหวัดสุพรรณบุรีและเกาะสมุย โดยมีกลไกสำคัญในการสร้างรายได้จากคอนโดมิเนียมพร้อมโอน 3 โครงการใหญ่ ได้แก่ ศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ, ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ และศุภาลัย คราม เขาเต่า
- ตลาดประเทศออสเตรเลีย (ยอดขาย 15,000 ล้านบาท) : ประเทศออสเตรเลียได้กลายเป็น Risk Hedge หรือกลไกป้องกันความเสี่ยงจากปัจจัยหนี้ครัวเรือนในประเทศได้อย่างดี ด้วยพอร์ตโครงการรวมถึง 25 โครงการ ใน 4 รัฐ มูลค่ารวมสูงถึง 176,500 ล้านบาท ตามมูลค่าโครงการตามสัดส่วนการถือหุ้นของศุภาลัย ส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากนโยบายรัฐบาลออสเตรเลียที่ให้วางเงินดาวน์เพียง 5% และนโยบายร่วมถือกรรมสิทธิ์ (Shared Equity) สูงถึง 40% ซึ่งช่วยดันยอดขายในปีที่ผ่านมาให้เติบโตแบบก้าวกระโดดต่อเนื่องทำสถิติเติบโตกว่า 370%
ศุภาลัย กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและดิจิทัล (Digital Organization) อย่างสมบูรณ์ ข้อมูลสำหรับเราคือ "New Rare Earth" พลังงานมหาศาลที่ถูกรวบรวมไว้ใน "The Data Frontier" (Central Brain) ผ่านการประมวลผล Dashboard ข้อมูลเชิงวิเคราะห์กว่า 250 Dashboards ที่ทำให้เราสามารถตัดสินใจทางกลยุทธ์ที่แม่นยำได้ภายในเวลาอันสั้น
นอกจากนี้เรามุ่งเป้าสู่การมียอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน "SABAI" ถึง 100,000 ราย ภายในปีนี้ พร้อมฟีเจอร์ใหม่อย่าง Marketplace ที่คัดสรรสินค้าคุณภาพจากพันธมิตร และระบบ Smart Village ที่ใช้ AI Security และ Smart Gardening เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายสูงสุด ทิศทางเทคโนโลยีนี้ถูกถักทอเข้ากับพันธกิจความยั่งยืน Sustainability Driven อย่างแนบแน่น เพราะเราเชื่อว่าการดำเนินธุรกิจต้องไม่สร้างภาระให้คนรุ่นหลัง ศุภาลัยจึงเดินหน้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2573 โดยมีเป้าหมายระยะกลางลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 40% ภายในปี 2573 ผ่านระบบการดำเนินงานสีเขียวตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Green Operation) ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
จากในอดีตบทเรียนวิกฤตต้มยำกุ้งที่เคยทำให้อัตราดอกเบี้ยพุ่งสูงถึง 27-28% มาจนถึง "แผ่นดินไหว" ในปีที่ผ่านมา ศุภาลัยก้าวผ่านมาได้ด้วยความมุ่งมั่นและวินัยทางการเงินที่เข้มงวด วันนี้เราพร้อมแล้วที่จะก้าวต่อไปอย่างมั่นคงด้วยความพร้อมทั้งด้านสติปัญญาและพละกำลังทางการเงิน
ในนามของคณะกรรมการบริษัท ผมขอขอบคุณผู้ถือหุ้น ลูกค้า พันธมิตร และพนักงานทุกท่านที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนศุภาลัย เราขอให้คำมั่นว่าเราจะเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่แห่งการใช้ชีวิตที่เปี่ยมด้วยสุนทรียภาพและความยั่งยืน เพื่อให้ศุภาลัยเป็นองค์กรที่ทุกคนไว้วางใจและพร้อมจะเติบโตไปด้วยกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
(ดร. ประทีป ตั้งมติธรรม)
ประธานคณะกรรมการบริษัท
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)